หน้าบ้าน  เกมส์  เนื้อเพลง  ดูดวง  ท่องเที่ยว  สมุนไพร  ประวัติสุนทรภู่  สารบัญเว็บไซต์  พจนานุกรม  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก


Custom Search

 


นิราศสุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง
นิราศพระบาท
นิราศภูเขาทอง
นิราศวัดเจ้าฟ้า
นิราศอิเหนา
นิราศสุพรรณ
นิราศพระประธม
นิราศเมืองเพชร
รำพันพิลาป
ประวัติสุนทรภู่

นิราศอิเหนา - 1/3

นิราศอิเหนา แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อสุนทรภู่สึกเป็นฆารวาสแล้ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า คงจะแต่งถวายพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าลักขณาคุณ พระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้ายู่หัว ซึ่งสุนทรภู่ฝากตัวพึ่งพระบารมีอยู่ในเวลานั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องเดินทางไกลเหมือนนิราศเรื่องอื่นๆ สุนทรภู่นำเรื่องอิเหนาตอนติดตามนางบุษบาเมื่อถูกลมหอบหายไป มาแต่งขึ้นเป็นนิราศอิเหนา ทำนองเดียวกับฉันท์ราชาพิลาปของโบราณที่แต่งว่าด้วยพระรามตามนางสีดา เรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๖ รวมอยู่ในประชุมนิราศสุนทรภู่ ภาค ๒



 ๏ นิราศร้างห่างเหเสน่หา
ปางอิเหนาเศร้าสุดถึงบุษบาพระพายพาพัดน้องเที่ยวล่องลอย
ตะลึงเหลียวเปลี่ยวเปล่าให้เหงาหงิมสุชลปริ่มเปี่ยมเหยาะเผาะเผาะผอย
โอ้เย็นค่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อยน้องจะลอยลมบนไปหนใด
หรือเทวัญชั้นฟ้ามาพาน้องไปไว้ห้องช่องสวรรค์ที่ชั้นไหน
แม้นน้องน้อยลอยถึงชั้นตรึงส์ตรัยสหัสนัยน์จะช่วยรับประคับประคอง
หรือไปปะพระอาทิตย์พิศวาสไปร่วมอาสน์เวชยันต์ผันผยอง
หรือเมขลาพาชวนนวลละอองเที่ยวลอยล่องเลียบฟ้าชมสาคร
หรือไปริมหิมพานต์ชานไกรลาสบริเวณเมรุมาศราชสิงขร
โอ้ลมแดงแสงแดดจะแผดส่องจะมัวหมองมิ่งขวัญจะหวั่นไหว
จะดั้นหมอกออกเมฆวิเวกใจนี่เวรใดเด็ดสวาทให้คลาดคลา ๚
  
๏ พระผันแปรแลรอบขอบทวีปเห็นแต่กลีบเมฆเคลื่อนเกลื่อนเวหา
จะแลดูสุริยนก็สนธยาจะดูฟ้าฟ้าคล้ำให้รำจวน
ฝืนวิโยคโศกเศร้าเข้าในห้องเห็นแท่นทองที่ประทมภิรมย์สงวน
ไม่เห็นนุชสุดจะทรงพระองค์ซวนละห้อยหวนหิวโหยด้วยโรยแรง
ยลยี่ภู่ปูเปล่าเศร้าสลดระทวยทดทอดทบซบกันแสง
โอ้สุดแสนแค้นอารมณ์ด้วยลมแดงดูเหมือนแกล้งพัดไปให้ไกลทรวง
เสียดายเอ๋ยเคยแอบแนบสนิทถึงชีวิตวอดวายไม่หายห่วง
โอ้น้องนุชบุษบาสุดาดวงพี่เปล่าทรวงทรวงดังจะพังโทรม ๚
  
๏ โอ้โพล้เพล้เวลาปานฉะนี้เคยเข้าที่พี่เคยได้เชยโฉม
เห็นแต่ห้องน้องน้อยลอยโพยมยามประโลมมิรู้ลืมเจ้าปลื้มใจ
โอ้เขนยเคยหนุนยังอุ่นอ่อนแต่น้องน้อยลอยร่อนไปนอนไหน
ยี่ภู่เอ๋ยเคยชิดสนิทในวันนี้ไกลกลอยสวาทอนาถนอน
โอ้รินรินกลิ่นนวลยังหวนหอมเคยถนอมแนบทรวงดวงสมร
ยังรื่นรื่นชื่นใจอาลัยวอนสะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ระทมทวี
จนฆ้องค่ำย่ำหึ่งหึ่งกระหึมยิ่งเศร้าซึมโศกาถึงยาหยี
โอ้ยามอยู่คูหาเวลานี้เคยพาทีทอดประทับไว้กับทรวง ๚
  
๏ โอ้อกเอ๋ยเคยอุ่นละมุนละม่อมเคยโอบอ้อมอ่อนตามไม่ห้ามหวง
ยังเคลิ้มเคล้นเช่นปทุมกระพุ่มพวงเคยแนบทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย
จนเคลิ้มองค์หลงเชยเขนยหนุนถนอมอุ่นแอบประโลมว่าโฉมฉาย
ครั้นรู้สึกดึกดื่นสะอื้นอายแสนเสียดายสุดจะดิ้นสิ้นชีวัน
เห็นสิ่งของน้องนุชยิ่งสุดเศร้าพระทัยเฝ้าเคลิ้มไคล้ดังใฝ่ฝัน
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งจาบัลย์สุดจะกลั้นรีบออกนอกบรรพต ๚
  
๏ พินิจจันทร์วันเพ็งขึ้นเปล่งแสงกระจ่างแจ้งแจ่มวงทั้งทรงกลด
สี่พี่เลี้ยงเคียงพร้อมน้อมประณตพระเลี้ยวลดแลแสวงดูแสงเดือน
ดูเก๋งก่อต่อเตาเห็นเงาคล้ายเขม้นหมายมุ่งไปก็ไม่เหมือน
เห็นเงาไม้ไหวหวั่นให้ฟั่นเฟือนจนเดือนเคลื่อนคล้อยฟ้าให้อาวรณ์
เห็นสระศรีที่เคยมาประพาสระดะดาษดอกดวงบัวหลวงสลอน
ลมรำเพยเชยชายกระจายจรหอมเกสรเสาวคนธ์ที่หล่นโรย ๚
  
๏ โอ้รินรินกลิ่นบุหงาสะตาหมันเหมือนกลิ่นจันทน์เจือนวลให้หวนโหย
หอมยี่หุบสุกรมดอกยมโดยพระพายโชยเฉื่อยชื่นยืนตะลึง
โอ้ที่นี่ศีลาเคยมานั่งเห็นบัลลังก์แล้วยิ่งนึกรำลึกถึง
ดูเงื้อมเขาเงาไม้พระไทรซึ้งเสียงหึ่งหึ่งผึ้งรวงเฝ้าหวงรัง
จังหรีดหริ่งกิ่งไทรเรไรร้องแว่วว่าน้องนึกเสียวพระเหลียวหลัง
เห็นน้ำพุดุดั้นตรงบัลลังก์เคยมานั่งสรงชลที่บนเตียง
เจ้าสรงด้วยช่วยพี่สีขนองแต่น้ำต้องถูกนิดก็หวีดเสียง
โอ้รื่นรื่นชื่นเชยที่เคยเคียงพระทรวงเพียงเผ่าร้อนถอนฤทัย
ทุกเงื้อมเขาเหงาเงียบเซียบสงัดใบไม้กวัดแกว่งกิ่งประวิงไหว
ยะเยือกเย็นเส้นหญ้าพนาลัยยิ่งเยือกในทรวงช้ำระยำเย็น
เที่ยวรอบสระปทุมาสะตาหมันเคยเห็นขวัญเนตรที่ไหนก็ไม่เห็น
ชลนัยน์ไหลซกตกกระเซ็นยิ่งเยือกเย็นหยุดยืนกลืนน้ำตา
จนดึกดื่นรื่นรินกลิ่นกุหลาบตะลึงเหลียวเสียวซาบอาบนาสา
เหมือนปรางทองน้องนุชบุษบาหรือกลับมายืนแฝงอยู่แห่งใด
เที่ยวดูดาวเปล่าเปลี่ยวเสียวสะดุ้งจนจวนรุ่งรางรางสว่างไสว
หนาวน้ำค้างพร่างพรมพนมไพรดวงดอกไม้บานแบ่งรับแสงทอง
หอมมณฑาสารภีดอกยี่หุบบ้างร่วงหรุบถูกอุระพระขนอง
ภุมรินบินว่อนมาร่อนร้องอาบละอองเกสรขจรจาย ๚
  
๏ จนแจ่มแจ้งแสงสว่างนภางค์พื้นถอนสะอื้นอาลัยพระทัยหาย
ดูเวหาว่าแสนแค้นพระพายไม่พาสายสวาทคืนมาชื่นใจ
จำจะตามทรามชมทางลมพัดเผื่อจะพลัดตกลงที่ตรงไหน
ดำริพลางทางสะท้อนถอนฤทัยให้เตรียมพลสกลไกรจะไคลคลา
จึงแปลงนามตามกันเป็นปันจุเหร็จจะเที่ยวเตร็ดเตร่ในไพรพฤกษา
พลางอุ้มองค์ยาหยีวิยะดาขึ้นรถแก้วแววฟ้าแล้วพาไป ๚
  
๏ พระเหลียวดูภูผาสะตาหมันที่สำคัญคูหาเคยอาศัย
จะแลลับนับปีแต่นี้ไปจะมิได้มาเห็นเหมือนเช่นเคย
เสียแรงแต่งแปลงสร้างจะร้างเริดค่อยอยู่เถิดแผ่นผาคูหาเอ๋ย
โอ้มิ่งไม้ไพรพนมเคยชมเชยจะแลเลยลับแล้วทุกแนวเนิน ๚

1 2 3

เว็บไซต์สปอนเซอร์











Copyright © 2017 by www.likemax.com. All rights reserved.