หน้าบ้าน  เกมส์  เนื้อเพลง  ดูดวง  ท่องเที่ยว  สมุนไพร  ประวัติสุนทรภู่  สารบัญเว็บไซต์  พจนานุกรม  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก


Custom Search

 


นิราศสุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง
นิราศพระบาท
นิราศภูเขาทอง
นิราศวัดเจ้าฟ้า
นิราศอิเหนา
นิราศสุพรรณ
นิราศพระประธม
นิราศเมืองเพชร
รำพันพิลาป
ประวัติสุนทรภู่

โคลงนิราศสุพรรณ - 1/9

โคลงนิราศสุพรรณ แต่งเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๔ เป็นนิราศเรื่องเดียวของสุนทรภู่ที่แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ เรื่องนี้นอกจากจะมีความไพเราะซาบซึ้งและให้ความสนุกเพลิดเพลินตามท้องเรื่องแล้ว ยังทำให้ผู้อ่านได้ทราบรายละเอียดในเรื่องการเดินทางไปสุพรรณบุรีของสุนทรภู่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาชีวประวัติของท่านเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ที่สำคัญก็คือ ได้ช่วยให้ผู้ที่หลงใหลในเรื่องเล่นแร่แปรธาตุและหายาอายุวัฒนะซึ่งปัจุบันนี้ก็ยังมีผู้เชื่อว่ามี ได้ทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ดังสุนทรภู่ได้แถลงไว้ชัดเจนแล้วในตอนสุดท้ายของโคลงนิราศเรื่องนี้

โคลงนิราศสุพรรณนี้ได้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ แจกเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่มหาเสวกโทพระยาสุวรรณศิริ (ทองดี สุวรรณศิริ) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ๚ให้เป็นพระยายืนชิงช้า การพิมพ์ครั้งนั้นมีโคลงทั้งหมดเพียง ๒๔๑ บท แต่เขียนไว้ข้างท้ายว่า "จบบริบูรณ์" ทั้งนี้เข้าใจว่าเดิมคงจะพบต้นฉบับโคลงนิราศสุพรรณของสุนทรภู่แต่เพียง ๑ เล่มสมุดไทย ครั้นเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๔ เจ้าหน้าที่กองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้พบต้นฉบับโคลงนิราศสุพรรณของสุนทรภู่เพิ่มขึ้นอีก ๒ เล่มสมุดไทย มีบทโคลงเพิ่มขึ้นและดำเนินความต่อไปอีก ๒๒๑ บท รวมกับของเดิมที่พิมพ์ไว้ก่อนแล้ว ๒๔๑ บท จึงเป็น ๔๖๒ บท

ต่อมา นายธนิต อยู่โพธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ได้มอบให้เจ้าหน้าที่กองวรรณคดีและประวัติศาตร์ คือ นายหรีด เรืองฤทธิ์ เปรียญ อ่านและตรวจสอบชำระโคลงนิราศสุพรรณส่วนที่พบไหม่ และนางกุลทรัพย์ เกษเเม่นกิจ ได้ตรวจสอบชำระเพิ่มเติมในคราวตีพิมพ์ฉบับสมบูรณ์นี้เป็นครั้งแรกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของสุนทรภู่ ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๐ การพิมพ์ครั้งนั้นได้รักษาอักขระวิธีตามต้นฉบับเดิมในสมุดไทย ทั้งนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษาวิธีเขียนสะกดการันต์และเสียงอ่านเสียงพูดที่เคยใช้กันในสมัยโบราณ ส่วนคำที่ลักลั่นนั้น นายธนิต อยู่โพธ์ ได้ทำเชิงอรรถเทียบคำปัจจุบันไว้ นอกจากนั้นยัง ได้พิมพ์สถานที่ที่กล่าวถึงในโคลงนิราศสุพรรณ พร้อมทั้งภาพและแผนที่สังเขปเเสดงระยะทางเดินไว้ด้วย



(๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย

ดาดาว
พร่างพร้อย
เขนยแนบ  แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาว ๚
(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ

คุ้งคลอง
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมร ๚
(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้

สุรธร
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญ ๚
(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า

น่าสวน
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ๚
(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า

คมลา
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางค ๚
(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม

หลักเรือ
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยาม ๚
(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง

กังสดาน
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียง ๚
(๘) ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า
ขุกคิดเคยพญายาม
รวยรินกลิ่นสไบทราม
สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง

อาราม
แย่งน้อง
สวาดร่วง ทรวงเอย
เพราะเจ้าเบาใจ ๚
(๙) ๏ เจริญบุญสุรธรไว้
สืบสวัสสัฐาภร
เชิญทราบกาพกลกลอน
จำขาดชาตินี้แล้ว

ให้สมร
ผ่องแผ้ว
กล่าวกลิ่น ถวินเอย
คลาดน้องของสงวน ๚
(๑๐) ๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง
เคยปกนกน้อยคอน
เคยลอบตอบสารสมร
จำจากพรากนุชน้อง

เตียงนอน
คู่พร้อง
สมานสมัคร รักเอย
นกน้อยลอยลม ๚
(๑๑) ๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น
ขอเดชะพระวรุณ
ยามดึกนึกส่งบุญ
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้

มีคุณ
ราชรู้
แบ่งฝาก มากเอย
คิดพร้องสนองเพลง ๚
(๑๒) ๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ
พระธินั่งบันลังทอง
ชำระพระนิพนสนอง
สริ้นแผ่นดินปกเกล้า

เนตรนอง
ที่เฝ้า
เสด็จสนิด ชิดเอย
กลับร้างห่างฉนวน ๚
(๑๓) ๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ
สืบซ่างทางพุทพง
ถวายพระหริรักทรง
ลุโลกโมฆเมืองแก้ว

ชิณวง
ผ่องแผ้ว
สารภิเศศ เสวตรเอย
กิจร้ายหายสูร ๚
(๑๔) ๏ อีกองมงกุฎิเกล้า
สืบกษัตรขัติยบำรุง
ถวายพระอนิสงพดุง
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น

เขากรุง
รอบแคว้น
พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย
ขจัดผ้ายวายเขน ๚
(๑๕) ๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม
ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน
เคยอยู่คู่สำราน
เหนแต่ที่หมีได้

แหล่งสถาน
ที่ให้
ร่วมเย่า เจ้าเอย
ภบน้องครองสงวน ๚
(๑๖) ๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า
เคยอยู่ชูชื่นเชย
ยามนี้ที่เคยเลย
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า

เจ้าเอย
ค่ำเช้า
ลืมภัก พี่แฮ
คลาศแคล้วแล้วหนอ ๚
(๑๗) ๏ คิดคำลำฦกไว้
เคยรักเคยร่วมเรือน
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน
ใครที่มีชู้ชู้

ใคร่เตือน
ร่วมรู้
ยามแก่ แม่เอย
ช่วยช้ำคำโคลง ๚
(๑๘) ๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ
เงียบเหงาเปล่าอกแด
ลำฦกนึกรักร้อง

ลอยแล
พวกพ้อง
ดูแปลก แรกเอย
เรียกน้องในใจ ๚
(นาคบริพันธ์)
(๑๙) ๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม
ออมสนิทชิดกลิ่นหอม
ไกลห่างว่างอกตรอม
เลยอื่นขึ้นครองไว้


อุ้มสนอม
กล่อมให้
ออมตรึก รฦกเอย
ใคร่หว้าหน้าสวน ๚
(๒๐) ๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง
ขุกคิดเคยชมจรร
ยามยากหากปันกัน
มีคู่ชูชื่นหน้า

ตีขัน
แจ่มฟ้า
กินซีก ฉลีกแฮ
นุชปลื้มลืมเดิม ๚
(๒๑) ๏ เสียดายสายสวาดโอ้
รักพี่มีโทษกร
จำจากพรากพลัดสมร
เสียนุชดุจทรวงต้อง

อาวร
กับน้อง
เสมอชีพ เรียมเอย
แตกฟ้าผ่าสลาย ๚
(นาคบริพันธ์)
(๒๒) ๏ เคราะกำจำห่างน้อง
หวนนึกดึกเคยวอน
คิดไว้ไม่ห่างจร
หากจิตรมิศหลายหน้า


ห้องนอน
ค่อนหว้า
ห่อนจาก
ล่าน้องหมองหมาง ๚
(๒๓) ๏ เดือนตกนกร้องเร่ง
เยี่ยมยอดยุคุนททรง
เดือนดับลับโลกคง
จันพี่นี้ลับหน้า

สุริยง
ส่องฟ้า
คืนขึ้น อีกเอย
นับสริ้นดินสวรร ๚
(๒๔) ๏ วัดปขาวคราวรุ่นรู้
ทำสุรทสอนเสมียน
เดินรวางรวังเวียน
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย

เรียนเขียน
สมุทน้อย
หว่างวัด ปขาวเอย
สวาดิห้างกลางสวน ๚
(๒๕) ๏ เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง
โอ้อกอาดูรโดย
ดูสวรป่วนจิตรโหย
แลลับกลับชาติม้วย

แรมโรย
ทเวดด้วย
หาดอก สร้อยเอย
ไม่ได้ใกล้กลาย ๚
(๒๖) ๏ บางบำรุบำรุงแก้ว
แก้วเนตรเชษฐาชรา
ถือบวดตรวจน้ำภา
ชาตินี้พี่แคล้ว

กานดา
ร่างแล้ว
ภพชาติ อื่นเอย
คลาศค้างห่างสมร ๚
(๒๗) ๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง
บอกบทบุญยังพยาน
ประทุนประดิศถาน
แหวนประดับกับผ้า

คราวงาน
พยักหน้า
แทนฮ่อง หอเอย
พี่อ้างรางวัน ๚
(๒๘) ๏ สงสารสายเนตรน้อง
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน
คราวเคราะเพราะน้องต้อง

นองชล
เฟ่าน้อง
จำจาก แจ่มเอย
พยุกล้าสลาตัน ๚
(๒๙) ๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน
เคยเสด็จวังหลังมา
ข้าหลวงเล่นปิดตา
เห็นแต่พลับกับสร้อย

พฤกษา
เมื่อน้อย
ต้องอยู่ โยงเอย
ซ่อนซุ้มคลุมโปง ๚
(๓๐) ๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง
แรกรุ่นรวยมาไล
เรียนร้อยค่อยสอดไหม
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น

กลอยใจ
ไส่เหล้น
เหมือนแน่ และเอย
นวดฟั้นท่านครู ๚
(๓๑) ๏ บางขวางข้างเขตแคว้น
สองฟากหมากมพร้าวผล
หอมรื่นชื่นเช่นปน
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้

แขวงนน
พรรไม้
แป้งประ ปรางเอย
กลิ่นเนื้อเจือจรร ๚
(๓๒) ๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ
ลูกดกรกเรื้อไบ
รักร้ายฝ่ายตนไกล
เดจลูกถูกยางนิ้ว

คล้ำไคล
บิดพลิ้ว
กลัวรัก นักเอย
หนิดเนื้อเหลือดัน ๚
(๓๓) ๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง
ส่งนิ่มนุชนิพพาน
จำจากพรากพลัดสถาน
เห็นแต่คลองน้องแคล้ว

บุญทาน
ผ่องแผ้ว
ทิ้งพี่ หนีเอย
คลาศเลื่อนเดือนปี ๚
(๓๔) ๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า
สีเพชผัวสีทอง
เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง
คลองคดลดเลี้ยวชี้

เจ้าคลอง
ถิ่นนี้
สำเหนียก นามเอย
เช่นไสร้ไสทอง ๚
(๓๕) ๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด
สองฝั่งพรั่งพฤกษา
ไม้ปลูกลูกดอกดา
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง

ริมชลา
สลับสล้าง
ดกดาษ กลาดเอย
ขอบคุ้งฟุ้งขจร ๚
(๓๖) ๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว
นกหกจกจิกโจน
ยางเจ่าเหล่ายางโทน
โฉบฉาบคาบปลาได้

โลดโผน
จับไม้
ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย
ด่วนขึ้นกลืนกิน ๚
(๓๗) ๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม
บางขนุนขุนกอง
ของสวนส่วนเจ้าของ
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง

เขตคลอง
ก่อสร้าง
ขายน่า ท่าเอย
บกน้ำลำเรือ ๚
(๓๘) ๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด
สองข้างรางรองเรียง
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง
อกพี่นี้ชอกช้ำ

แอดเสียง
รับน้ำ
คู่วิ่ง เวียรเอย
เช่นอ้อยย่อยรยำ ๚
(๓๙) ๏ หีบหันนั้นและเหล้
ขู่ข่มเหงหักหาร
เข้าพวกคิดอ่านพาล
กลหีบหนิบนิดเน้น

กระลาการ
ห่อนเว้น
เอาผิด พ่อเอย
นึกช้ำน้ำใจ ๚
(๔๐) ๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน
เวียงชื่อศรีท้าวไท
เวียงราชคลาดแคล้วไกล
ยามยากจากเมืองทั้ง

สวนไสว
ท่านตั้ง
กลับรฦก นึกเอย
ถิ่นปลื้มลืมกเษม ๚
(๔๑) ๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด
ม่วงเกบมม่วงสวน
ม่วงอื่นรื่นรันจวน
ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า

เคยชวน
ศุกรย้า
จิตไม่ ใคร่แฮ
เสน่เนื้อเจือจรร ๚
(๔๒) ๏ จันต้นผลห่ามให้
แมลงภู่วู่เวียนตอม
เพียงพี่ที่สุดถนอม
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า

หวนหอม
ไต่เคล้า
เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
โศกร้างห่างจรร ๚
(๔๓) ๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า

ด่านคอย
เลื่อนช้า
เพลินชื่น ชมเอย
เสน่ห์น้องคลองสนอม ๚
(๔๔) ๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน
เกะกะรเรือรอ
คดคลองช่องแคบพอ
คนคดลดเลี้ยวล้ำ

หลักตอ
ร่องน้ำ
พายถ่อ พ่อเอย
กว่าน้ำลำคลอง ๚
(๔๕) ๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง
ตกทุ่งถึงคลองโยง
วัดใหม่ธงทองโถง
ควายลากฝากเชือกไขว้

เรือนโรง
หย่อมไม้
ที่ติด ตื้นแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยเลน ๚
(๔๖) ๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง
ถอนถีบกีบกอมตกาย
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย
คนหวดปวดป่วนโอ้

รันควาย
โก่งโก้
แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
สอึกเต้นเผ่นโผน ๚
(๔๗) ๏ ทุกข์ใดในโลกล้น
ไม่เท่าควายลากเรือ
หอบฮักจักขุเจือ
มนุษย์ดุจติดค้าง

ล้ำเหลือ
รับจ้าง
เจิ่งชุ่ม ชลเอย
เฆี่ยนเร้าเอาเงิน ๚
(๔๘) ๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์
พาสัตว์วัตนสงสาร
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน
จงสุขทุกค่ำเช้า

ศฤงคาร
โศกเศร้า
ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย
ชาติพ้นชนมาน ๚
(๔๙) ๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย
คาแฝกแซกเซียดแซม
ในพุ่มกุ่มกกแกม
นกหกวกเวียนหว้อน

เฟือยแขม
ซับซ้อน
กอย่า รย้าแฮ
วิ่งเต้นเผ่นโผน ๚
(๕๐) ๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา
ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา
ศีรษะกระกรุมโล้ง

ทุ่งนา
ปากโง้ง
เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
เล่ล้านบ้านเรา ๚

1 2 3 4 5 6 7 8 9

เว็บไซต์สปอนเซอร์











Copyright © 2017 by www.likemax.com. All rights reserved.