หน้าบ้าน  เกมส์  เนื้อเพลง  ดูดวง  ท่องเที่ยว  สมุนไพร  ประวัติสุนทรภู่  สารบัญเว็บไซต์  พจนานุกรม  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก


Custom Search

 


นิราศสุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง
นิราศพระบาท
นิราศภูเขาทอง
นิราศวัดเจ้าฟ้า
นิราศอิเหนา
นิราศสุพรรณ
นิราศพระประธม
นิราศเมืองเพชร
รำพันพิลาป
ประวัติสุนทรภู่

นิราศวัดเจ้าฟ้า - 1/5

นิราศวัดเจ้าฟ้า แต่งราวพ.ศ. ๒๓๗๕ เมื่อครั้งที่สุนทรภู่ยังอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่แต่งเป็สำนวนเณรพัดผู้เป็นบุตรเรื่องนี้โรงพิมพ์ครูสมิท บางคอแหลม พิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗



 ๏ เณรหนูพัดหัดประดิษฐ์คิดอักษร
เป็นเรื่องความตามติดท่านบิดรกำจัดจรจากนิเวศเชตุพน
พอออกเรือเมื่อตะวันสายัณห์ย่ำละอองน้ำค้างย้อยเป็นฝอยฝน
ตะลึงเหลียวเปลี่ยวเปล่าเมื่อคราวจนไม่มีคนเกื้อหนุนกรุณา
โอ้ธานีศรีอยุธย์มนุษย์แน่นนับโกฏิแสนสาวแก่แซ่ภาษา
จะหารักสักคนพอปนยาไม่เห็นหน้านึกสะอื้นฝืนฤทัย
เสียแรงมีพี่ป้าหม่อมน้าสาวล้วนขาวขาวคำหวานน้ำตาลใส
มายามยืดจืดเปรี้ยวไปเจียวใจเหลืออาลัยลมปากจะจากจร ๚
  
๏ ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุแทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร
ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดรพระด่วนจรสู่สวรรคครรไล
ละสมบัติขัตติยาทั้งข้าบาทโอ้อนาถนึกน่าน้ำตาไหล
เป็นสูญลับนับปีแต่นี้ไปเหลืออาลัยแล้วที่พระมีคุณ
ถึงจนยากบากมาเป็นข้าบาทไม่ขัดขาดข้าวเกลือช่วยเกื้อหนุน
ทรงศรัทธากล้าหาญในการบุญโอ้พระคุณขาดยศทั้งงดงาม
แม้นตกยากพรากพลัดไปขัดข้องพัดกับน้องหนูตาบจะหาบหาม
นี่จนใจในป่าช้าพนารามสุดจะตามเสด็จได้ดังใจจง
ขออยู่บวชกรวดน้ำสุรามฤตอวยอุทิศผลผลาอานิสงส์
สนองคุณพูนสวัสดิ์ขัตติย์วงศ์เป็นรถทรงสู่สถานวิมานแมน
มีสุรางค์นางขับสำหรับกล่อมล้วนเนื้อหอมน้อมเกล้าอยู่เฝ้าแหน
เสวยรมย์โสมนัสไม่ขัดแคลนเป็นของแทนทานาฝ่าละออง
พระคุณเอ๋ยเคยทำนุอุปถัมภ์ได้อิ่มหนำค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
แม้นทูลลามากระนี้ทั้งพี่น้องไหนจะต้องตกยากลำบากกาย
นี่สิ้นบุญทูลกระหม่อมจึงตรอมอกต้องระหกระเหินไปน่าใจหาย
เห็นที่ปลงทรงสูญยังมูลทรายแสนเสียดายดังจะดิ้นสิ้นชีวัน
ทั้งหนูตาบกราบไหว้ร้องไห้ว่าจะคมลาลับไปในไพรสัณฑ์
เคยเวียนเฝ้าเกล้าจุกให้ทุกวันสารพันพึ่งพาไม่อนาทร ๚
  
๏ ถึงปากง่ามนามบอกบางกอกน้อยยิ่งเศร้าสร้อยทรวงน้องดังต้องศร
เหมือนน้อยทรัพย์ลับหน้านิราจรไปแรมรอนราวไพรใจรัญจวน
เคยชมเมืองเรืองระยับจะลับแล้วไปชมแถวทุ่งนาล้วนป่าสวน
เคยดูดีพี่ป้าหน้านวลนวลจะว่างเว้นเห็นล้วนแต่มอมแมม
เคยชมชื่นรื่นรสแป้งสดสะอาดจะชมหาดเห็นแต่จอกกับดอกแขม
โอ้ใจจืดมืดเหมือนเมื่อเดือนแรมไม่เยื้อนแย้มกลีบกลิ่นให้ดิ้นโดย
เสียดายดวงพวงผกามณฑาทิพย์เห็นลิบลิบแลชวนให้หวนโหย
เพราะห่วงพุ่มภุมรินไม่บินโบยจะร่วงโรยรสสิ้นกลิ่นผกา ๚
  
๏ ถึงบางพรมพรหมมีอยู่สี่พักตร์คนรู้จักแจ้งจิตทุกทิศา
ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยาเป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม
โอ้คิดไปใจหายเสียดายรักเหมือนเกรียกจักแจกซีกกระผีกผม
จึงเจ็บอกฟกช้ำระกำตรมเพราะลิ้นลมล่อลวงจะช่วงใช้ ๚
  
๏ ถึงบางจากน้องไม่มีที่จะจากโอ้วิบากกรรมสร้างแต่ปางไหน
เผอิญหญิงชิงชังน่าคลั่งใจจะรักใคร่เขาไม่มีปรานีเลย
ถึงบางพลูพลูใบใส่ตะบะถวายพระเพราะกำพร้านิจจาเอ๋ย
แม้นมีใครใจบุญที่คุ้นเคยจะได้เชยพลูจีบหมากดิบเจียน
นี่จนใจได้แต่ลมมาชมเล่นเปรียบเหมือนเช่นฉากฉายพอหายเหียน
แม้นเห็นรักจักได้ตามด้วยความเพียรฉีกทุเรียนหนามหนักดูสักคราว ๚
  
๏ ถึงบางอ้อคิดจะใคร่ได้ไม้อ้อทำแพนซอเสียงแจ้วเที่ยวแอ่วสาว
แต่ยังไม่เคยเชยโฉมประโลมลาวสุดจะกล่าวกล่อมปลอบให้ชอบใจ
ถึงบางซ่อนซ่อนเงื่อนไม่เยื้อนแย้มถึงหนามแหลมเหลือจะบ่งที่ตรงไหน
โอ้บางเขนเวรสร้างไว้ปางใดจึงเข็ญใจจนไม่มีที่จะรัก
เมื่อชาติหน้ามาเกิดในเลิศโลกประสิทธิโชคชอบฤทัยทั้งไตรจักร
กระจ้อยร่อยกลอยใจวิไลลักษณ์ให้สาวรักสาวกอดตลอดไป ๚
  
๏ ตลาดแก้วแล้วแต่ล้วนสวนสล้างเป็นชื่ออ้างออกนามตามวิสัย
แม้นขายแก้วแววฟ้าที่อาลัยจะซื้อใส่บนสำลีประชีรอง
ประดับเรือนเหมือนหนึ่งเพชรสำเร็จแล้วถนอมแก้วกลอยใจมิให้หมอง
ไม่เหมือนนึกตรึกตราน้ำตานองเห็นแต่น้องหนูแนบแอบอุรา ๚
  
๏ ถึงวัดตั้งฝั่งสมุทรพระพุทธร้างว่าท่านวางไว้ให้คิดปริศนา
แม้นแก้ไขไม่ออกเอาที่ตอกตานึกก็น่าใคร่หัวเราะจำเพาะเป็น
จะคิดมั่งยังคำที่ร่ำบอกจะไปตอกที่ตรงไหนก็ไม่เห็น
ดูลึกซึ้งถึงจะคิดก็มิดเม้นพอยามเย็นยอแสงแฝงโพยม ๚
  
๏ ถึงวัดเขียนเหมือนหนึ่งเพียรเขียนอักษรกลกลอนกล่าวกล่อมถนอมโฉม
เดชะชักรักลักลอบปลอบประโลมขอให้โน้มน้อมจิตสนิทใน
ถึงคลองบางขวางบางศรีทองมองเขม้นไม่แลเห็นศรีทองที่ผ่องใส
แม้นทองคำธรรมดาจะพาไปนี่มิใช่ศรีทองเป็นคลองบาง
พอลมโบกโศกสวนมาหวนหอมเหมือนโศกตรอมตรึกตรองมาหมองหมาง
ถึงบางแวกแยกคลองเป็นสองทางเหมือนจืดจางใจแยกไปแตกกัน
ตลาดขวัญขวัญฉันนี้ขวัญหายใครเขาขายขวัญหรือจะซื้อขวัญ
แม้นขวัญฟ้าหน้าอ่อนเหมือนท่อนจันทน์จะรับขวัญเช้าเย็นไม่เว้นวาง
ถึงบางขวางขวางอื่นสักหมื่นแสนถึงต่างแดนดงดอนสิงขรขวาง
จะตามไปให้ถึงห้องประคองคางแต่ขัดขวางขวัญความขามระคาย
เห็นสวาทขาดทิ้งกิ่งสนัดเป็นรอยตัดต้นสวาทให้ขาดสาย
สวาทพี่นี้ก็ขาดสวาทวายแสนเสียดายสายสวาทที่ขาดลอย
เห็นรักน้ำพร่ำออกทั้งดอกผลไม่มีคนรักรักมาหักสอย
เป็นรักเปล่าเศร้าหมองเหมือนน้องน้อยเที่ยวล่องลอยเรือรักจนหนักเรือ ๚
  
๏ ถึงบ้านบางธรณีแล้วพี่จ๋าแผ่นสุธาก็ไม่ไร้ไม้มะเขือ
เขากินหมูหนูพัดจะกัดเกลือไม่ถ่อเรือแหหาปลาตำแบ
ถึงปากเกร็ดเตร็ดเตร่มาเร่ร่อนเที่ยวสัญจรตามระลอกเหมือนจอกแหน
มาถึงเกร็ดเขตมอญสลอนแลลูกอ่อนแอ้อุ้มจูงพะรุงพะรัง
ดูเรือนไหนไม่เว้นเห็นลูกอ่อนไม่หยุดหย่อนอยู่ไฟจนไหม้หลัง
ไม่ยิ่งยอดปลอดเปล่าเหมือนชาววังล้วนเปล่งปลั่งปลื้มใจมาไกลตา ๚
  
๏ พอออกคลองล่องลำแม่น้ำวกเห็นนกหกเหินร่อนว่อนเวหา
กระทุงทองล่องเลื่อนค่อยเคลื่อนคลาดาษดาดอกบัวขาวคลัวเคลีย
นกกาน้ำดำปลากระสาสูงเป็นฝูงฝูงเข้าใกล้มันไปเสีย
นกยางขาวเหล่านกยางมีหางเปียล้วนตัวเมียหมดสิ้นทั้งดินแดน
ถึงเดือนไข่ไปลับแลเมืองแม่ม่ายขึ้นไข่ชายเขาโขดนับโกฏิแสน
พอบินได้ไปประเทศทุกเขตแคว้นคนทั้งแผ่นดินมิได้ไข่นกยาง
โอ้นึกหวังสังเวชประเภทสัตว์ต้องขาดขัดคู่ครองจึงหมองหมาง
เหมือนอกชายหมายมิตรคิดระคางมาอ้างว้างอาทะวาเอกากาย ๚
  
๏ ถึงบ้านลาวเห็นแต่ลาวพวกชาวบ้านล้วนหูยานอย่างบ่วงเหมือนห่วงหวาย
ไม่เหมือนลาวชาวกรุงที่นุ่งลายล้วนกรีดกรายหยิบหย่งทรงสำอาง
ถึงบางพูดพูดมากคนปากหมดมีแต่ปดเป็นอันมากเขาถากถาง
พี่พูดน้อยค่อยประคิ่นลิ้นลูกคางเหมือนหญิงช่างฉอเลาะปะเหลาะชาย ๚

1 2 3 4 5

เว็บไซต์สปอนเซอร์











Copyright © 2017 by www.likemax.com. All rights reserved.