หน้าบ้าน  เกมส์  เนื้อเพลง  ดูดวง  ท่องเที่ยว  สมุนไพร  ประวัติสุนทรภู่  สารบัญเว็บไซต์  พจนานุกรม  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก


Custom Search

 


นิราศสุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง
นิราศพระบาท
นิราศภูเขาทอง
นิราศวัดเจ้าฟ้า
นิราศอิเหนา
นิราศสุพรรณ
นิราศพระประธม
นิราศเมืองเพชร
รำพันพิลาป
ประวัติสุนทรภู่

นิราศภูเขาทอง - 1/2

นิราศภูเขาทอง แต่งราว พ.ศ. ๒๓๗๑ ในรัชกาลที่ ๓ เมื่อครั้งที่สุนทรภู่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ณ วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ และได้เดินทางไปกรุงเก่าโดยทางเรือ นายธนิต อยู่โพธิ์ สันนิษฐานว่าสุนทรภู่คงจะแต่งนิราศเรื่องนี้เมื่อท่านมีอายุได้ ๔๒ ปี และอุปสมบทได้ราว ๔ หือ ๕ พรรษา นิราศภูเขาทองนี้นอกจากจะมีคำกลอนไพเราะแล้ว ยังช่วยให้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติสุนทรภู่มาก เรื่องนี้พิมพ์ครั้งนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ รวมอยู่ในประชุมกลอนนิราศสุนทรภู่ ภาค ๑



 ๏ เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา
รับกฐินภิญโญโมทนาชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย
ออกจากวัดทัศนาดูอาวาสเมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย
สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัยมาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น
โอ้อาวาสราชบุรณะพระวิหารแต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น
เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็นเพราะขุกเข็ญคนพาลมารานทาง
จะยกหยิบธิบดีเป็นที่ตั้งก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง
จึ่งจำลาอาวาสนิราศร้างมาอ้างว้างวิญญาณ์ในสาคร ๚
  
๏ ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาดคิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทรแต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น
พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาดด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ
ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็นไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา
จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งส่วนบุญถวายประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา
เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกาขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป ๚
  
๏ ถึงหน้าแพแลเห็นเรือที่นั่งคิดถึงครั้งก่อนมาน้ำตาไหล
เคยหมอบรับกับพระจมื่นไวยแล้วลงในเรือที่นั่งบัลลังก์ทอง
เคยทรงแต่งแปลงบทพจนารถเคยรับราชโองการอ่านฉลอง
จนกฐินสิ้นแม่น้ำแลลำคลองมิได้ข้องเคืองขัดหัทยา
เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธาวาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์ ๚
  
๏ ดูในวังยังเห็นหอพระอัฐิตั้งสติเติมถวายฝ่ายกุศล
ทั้งปิ่นเกล้าเจ้าพิภพจบสกลให้ผ่องพ้นภัยสำราญผ่านบุรินทร์ ๚
  
๏ ถึงอารามนามวัดประโคนปักไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน
เป็นสำคัญปันแดนในแผ่นดินมิรู้สิ้นสุดชื่อที่ลือชา
ขอเดชะพระพุทธคุณช่วยแม้นมอดม้วยกลับชาติวาสนา
อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลาอยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง
ไปพ้นวัดทัศนาริมท่าน้ำแพประจำจอดรายเขาขายของ
มีแพรผ้าสารพัดสีม่วงตองทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา ๚
  
๏ ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมงมีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเราให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จสรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
ถึงสุราพารอดไม่วอดวายไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารักสุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไปแต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน ๚
  
๏ ถึงบางจากจากวัดพลัดพี่น้องมามัวหมองม้วนหน้าไม่ฝ่าฝืน
เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืดยืนจึงต้องขืนในพรากมาจากเมือง
ถึงบางพลูคิดถึงคู่เมื่ออยู่ครองเคยใส่ซองส่งให้ล้วนใบเหลือง
ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคืองทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน
ถึงบางโพธิ์โอ้พระศรีมหาโพธิ์ร่มริโรธรุกขมูลให้พูนผล
ขอเดชะอานุภาพพระทศพลให้ผ่องพ้นภัยพาลสำราญกาย ๚
  
๏ ถึงบ้านญวนล้วนแต่โรงแลสะพรั่งมีข้องขังกุ้งปลาไว้ค้าขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางรายพวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง
จะเหลียวกลับลับเขตประเทศสถานทรมานหม่นไหม้ฤทัยหมอง
ถึงเขมาอารามอร่ามทองพึ่งฉลองเลิกงานเมื่อวานซืน ๚
  
๏ โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จพระบรมโกศมาผูกโบสถ์ก็ได้มาบูชาชื่น
ชมพระพิมพ์ริมผนังยังยั่งยืนทั้งแปดหมื่นสี่พันได้วันทา
โอ้ครั้งนี้มิได้เห็นเล่นฉลองเพราะตัวต้องตกประดาษวาสนา
เป็นบุญน้อยพลอยนึกโมทนาพอนาวาติดชลเข้าวนเวียน
ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอกกลับกระฉอกฉาดฉันฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมือนกงเกวียนดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน
ทั้งหัวท้ายกรายแจวกระชากจ้วงครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพ้นวนมาในสาชลใจยังวนหวังสวาทไม่คลาดคลา ๚
  
๏ ตลาดแก้วแล้วไม่เห็นตลาดตั้งสองฟากฝั่งก็แต่ล้วนสวนพฤกษา
โอ้รินรินกลิ่นดอกไม้ใกล้คงคงเหมือนกลิ่นผ้าแพรดำร่ำมะเกลือ
เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝงทั้งรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ
เหมือนโศกพี่ที่ระกำก็ซ้ำเจือเพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย
ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวัญมีพ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย
ทั้งของสวนล้วนแต่เรือเรียงรายพวกหญิงชายชุมกันทุกวันคืน ๚
  
๏ มาถึงบางธรณีทวีโศกยามวิโยคยากใจให้สะอื้น
โอ้สุธาหนาแน่นเป็นแผ่นพื้นถึงสี่หมื่นสองแสนทั้งแดนไตร
เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจเหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา ๚
  
๏ ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่าผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา
เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตาทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย
โอ้สามัญผันแปรไม่แท้เที่ยงเหมือนอย่างเยี่ยงชายหญิงทิ้งวิสัย
นี่หรือจิตคิดหมายมีหลายใจที่จิตใครจะเป็นหนึ่งอย่าพึงคิด ๚
  
๏ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตรจะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ๚
  
๏ ถึงบ้านใหม่ใจจิตก็คิดอ่านจะหาบ้านใหม่มาดเหมือนปรารถนา
ขอให้สมคะเนเถิดเทวาจะได้ผาสุกสวัสดิ์จำกัดภัย
ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาดบังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมในอุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา
ถึงบางหลวงเชิงรากเหมือนจากรักสู้เสียศักดิ์สังวาสพระศาสนา
เป็นล่วงพ้นรนราคราคาถึงนางฟ้าจะมาให้ไม่ไยดี ๚
  
๏ ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้าพระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรีชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว
โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลังแต่ชื่อตั้งก็ยังอยู่เขารู้ทั่ว
โอ้เรานี้ที่สุนทรประทานตัวไม่รอดชั่วเช่นสามโคกยิ่งโศกใจ
สิ้นแผ่นดินสิ้นนามตามเสด็จต้องเที่ยวเตร็ดเตร่หาที่อาศัย
แม้นกำเนิดเกิดชาติใดใดขอให้ได้เป็นข้าฝ่าธุลี
สิ้นแผ่นดินขอให้สิ้นชีวิตบ้างอย่ารู้ร้างบงกชบทศรี
เหลืออาลัยใจตรมระทมทวีทุกวันนี้ก็ซังตายทรงกายมา ๚

1 2

เว็บไซต์สปอนเซอร์











Copyright © 2017 by www.likemax.com. All rights reserved.